เพราะคำว่า "ครู" อยู่เหนือกว่าผลประโยชน์และค่าตอบแทน จึงขอเป็นกำลังใจให้ครูทุกท่าน พัฒนาเด็ก ๆ ให้กลายเป็น "เด็กดีของแผ่นดิน"

บทความ

สวัสดีค่ะ นางสาวกนกรัตน์ พรหมเดช ครูโรงเรียนวัดหัวกรูด จังหวัดชุมพรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพรเขต 1 จะมาเสนอนวัตกรรมชื่อในหัวข้อนะคะ กระดาษเปลี่ยนนิสัยครูได้สร้างเด็กดีของแผ่นดินใน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 12 คนค่ะ เด็ก 12 คนมาจาก 12 ครอบครัวคะ แน่นอนค่ะพวกเขามีพฤติกรรมที่ต่างกัน บางคนมาจากครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างกัน บางคนมาจากครอบครัวที่พ่อแม่ไปยุ่งเกี่ยวกับ ยาเสพติด บางคนจะต้องอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย เพราะพ่อแม่มีอาชีพเป็นชาวประมงจะไม่มีเวลาอยู่กับพวกเขาจะต้องเตรียมตัวออกเรือไปหาปลาจึงทำให้เด็กๆ นะคะไม่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูและเอาใจใส่แล้วก็ไม่ได้ถูกชี้แนะ ไปแนวทางที่ถูกต้องเมื่อพวกเขากระทำผิด พวกเขาจึงมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่างๆ ในขณะที่อยู่โรงเรียน ในเวลาที่ครูนะคะให้เขาทำงานในห้องเรียนเขาก็มัวแต่จะเหลาดินสอ บางคนนะคะก็จะเอาแต่วาดภาพระบายสี บางคนก็พูดจาหยาบคายในชั้นเรียนและบางคนก็ชกต่อยกันตลอดเวลา พฤติกรรมเหล่านี้และคะทำให้เขาไม่ได้รับการอบรมหรือชี้แนะจากผู้ปกครองจึงส่งผลให้ครูจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเขาในชั้นเรียนคะ ตอนนั้นมีครู เพื่อนรวมงานนะคะ เข้ามาถามครูว่า ครูคะนักเรียนของครูมีพฤติกรรมที่ไม่ดีต่างๆ ครูจะจัดการกับมันยังไงคะ ครูเองก็ไม่อยากจะเชื่อคะเพราะตอนนั้นเป็นครูใหม่ เข้ามาบรรจุใหม่ในของระดับชั้นประถมศึกษา ครูก็ไม่เชื่อนะคะ ครูก็เจอเหตุการณ์นี้ก็ตอนที่ทำงานได้ประมาณ 1 สัปดาห์คะ เด็กเริ่มมีพฤติกรรมแสดงต่างๆในชั้นเรียนคะ บางคนก็ชกต่อยคะ ครูหันหลังไปเขียนกระดานนะคะหันไปอีกทีเด็กชกต่อยกันแล้วคะ ตะโกนบอกว่า ครูครับมันทำผมครับ ครูคะมันขโมยของหนูคะ พอครูเจอเหตุการณ์แบบนี้ งง คะ ทำอะไรไม่ถูก เพราะตอนนั้นคิดว่าการสอนของเราในชั้นเรียนอะคะ เราสอนใช่สื่อต่างๆ ให้เขาเข้าใจในบทเรียนของเรา เราทำได้คะแต่พฤติกรรมต่างๆอย่างงี้เราจะทำยังไง มันหนักกว่านั้นคะ ที่ครูเจอคืออะไรรู้ไหมคะ ครูทุกท่านคิดว่าเคสที่หนักที่สุดของการเป็นครูที่เจอในชั้นเรียนคืออะไรรู้ไหมคะ คือการขโมยของคะ บางคนขโมยเงินของ เพื่อนที่อยู่ใต้โต๊ะ บางคนแอบไปขโมยของในห้องสหกรณ์คะขโมยดินสอยางลบไม้บรรทัดขนม เขาแอบขโมยสิ่งเหลานี้นะคะ ครูท่านอื่นมาถามครูว่า น้องแล้วน้องคิดออกหรือยังว่าน้องจะจัดการเก็บเด็กของน้องได้ยังไง เสียใจมากคะเพราะตอนนั้นเป็นครูใหม่นะคะตอนนั้นเดินไปที่รถคะเพราะเป็นเวรวันนั้น มองซ้ายมองขวา คิดไม่ออกคะปิดปะตูรถดังปังร้องไห้ในรถคะ เพราะตอนนั้นตัวเองคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะแก้ไขพฤติกรรมของเด็กเหล่านี้ ได้ยังไง ร้องและแอบคิดในใจถึงอยากจะลาออกนะคะเพราะคิดว่าตัวเองไม่ศักยภาพมากพอที่คิดจะแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของเด็กได้ ขับรถจนไปถึงบ้านเลยคะกลับไม่นั่งตั้งคำถามให้กับตัวเองว่าจะแก้ไขปัญหาที่มากมาย เหล่านี้ของเด็กได้ยังไง ตอนนั้นใช่สติและสมาธิสูงมากคะนั่งทบทวนตัวเองว่าเราจะทำยังไง จะปรับ จะแก้ พฤติกรรมของเด็กปัญหาต่างๆของเด็กอย่างงี้ได้ยังไง

นั่งทบทวนตัวเองสักครู่นึงคะ จนคิดได้และให้เด็กเข้าร่วมโครงการ โครงการนึงคะซึ่งโครงการนี้นะคะตอนแรกที่ทำก็ไม่คิดหรอกคะว่าจะสามารถแก้ไขพฤติกรรมของเด็กได้จริงๆเพราะระยะเวลาในการทำใช้ระยะเพียงสั้นๆ เมื่อคิดออกแล้วก็เริ่มให้เด็กได้ทำและตั้งคำถามให้กับเขาคะ ว่าเข้าใช้คำถามให้กับเด็กเป็นการพูดคุยโดยใช่โทนน้ำเสียงที่แตกต่างจากเมื่อก่อน เมื่อก่อนจะดุ จะด่าใช่ไหมคะ ครูเวลาเด็กทำผิด หยุดเดี๋ยวนี้นะอย่าทำไม่งั้น เดี๋ยวจะโดนตีเลย นั้นจะฟ้องผู้ปกครองเลยทุกคนเชื่อว่าครูหลายๆคน จะใช่โทนเสียงและสิ่งๆนี้พูดกับเขาคะ แต่วันนั้นดิฉันใช้น้ำเสียงแบบครูแบบเพื่อนแบบพี่ที่ใช่คำปรึกษากันและกัน พูดคุยและถามเขาคะ นักเรียนคิดว่า พฤติกรรมอะไรคะ พฤติกรรมในตัวเองที่นักเรียนอยากจะแก้ไขมากที่สุด เชื่อไหมคะ เพียงคำถามแรกของครูก็ทำให้เขานิ่งเงียบและทบทวนตนเองคะ เอ๋ง ว่าตัวเองจะแก้ไขพฤติกรรมอะไร แต่ละคนก็บอกหลายๆข้อ บอกในข้อเสียในตนเองบอกมาจากใจจริงๆ บอกมาจากพฤติกรรมจริงๆ ที่เขาได้แสดง แต่วันนั้นครูให้เขากับไปคิดเป็นการบ้านคะและเขาให้เลือกเพียงแค่ 1 สิ่งที่อยากจะแก้ไขมากที่สุดในตัวเอง แต่ละคนจได้หัวข้อ ไม่พูดจาหยาบ ไม่เกเร เพื่อนในชั้นเรียน ไม่ลักขโมยของ นักเรียนกลุ่มที่จะมีพฤติกรรมเรียบร้อยหน่อย เป็นผู้หญิงมีอยู่ 4 คน เขาจะเลือกwนั้นครูใช้เทคนิคการตั้งคำถามแบบ ดับเบิ้ลยูเฮชเคนวิชั่น What Why How Who ข้าราชการครูโรงดอนเมืองทหารอากาศบำรุง
What พฤติกรรมอะไรที่เขาอยากจะแก้ไขในตัวเองมากที่สุด
Why ทำไมอยากจะแก้ไขสิ่งนั้น How เขาใช้วิธีการใดในการแก้ไขสิ่งนั้น
How ใครคือต้นแบบที่ดีในเรื่องนั้นให้กับเขา

ครูให้เขาทำแบบนี้ไปเรื่อย เรื่อย 21 วัน ครูให้เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยนะคะ เพื่อเป็นการให้เขาไปทบทวนและพูดคุยกับตัวเองคะให้เขาได้มีสมาธิมีเวลาที่ได้กับตัวเองว่าในแต่ละวันเขาทำอะไรมาบ้าง เขาอยากจะแก้ไข พฤติกรรมอะไรที่ตั้งใจละแน่วแน่เอาไว้ เขาจะใช้วิธีการเหล่านั้นยังไงและใครที่เขาจะนึกถึงนะตอนนั้นที่อยูต่อหน้ากระดาษและเขียนลงไปว่าใครที่จะเป็นแบบอย่างให้กับตัวเองครูให้เขาทำแบบนี้ทุกวัน เพื่อให้เขาทบทวน และพูดคุยกับตนเองซึ่งแน่นอนคะมันไม่ได้สำเร็จตั้งแต่สัปดาห์แรกนะคะ บางคนมีแอบหลุดไป 1-2 วันคะ แต่เมื่อพวกเขาได้ทำแบบนี้ทุกวันทบทวนตนเองคุยกับตนเองทุกวันในสิ่งที่ตัวเองประพฤติไม่ดี มันทำให้เขาได้คิด เขาก็เริ่มตระหนักมากขึ้น ง วันนั้นเราทำในสิ่งนั้นไปทำไมเราทำเพื่ออะไร ทำแล้วมีผลดีผลเสียกับใครบ้าง เหมือนเราคะถ้าเราได้พูดคุยกับตัวเองมาก เราก็จะมีพฤติกรรมมีสติและสมาธิมากขึ้นถูกมั้ยคะ เมื่อเขาได้ทำได้มี พัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้น ถึงมันจะไม่สำเร็จตั้งแต่สัปดาห์แรก และทุกคนก็ช่วยกันจับจ้องคะว่าเพื่อนอ๊ะทำสำเร็จหรือป่าว วันนี้เธอทำสำเร็จมั้ยฉันทำสำเร็จหรือยังเพราะถ้าเขาไม่ทำให้สำเร็จเขาก็จะไม่ได้ระบายสีในกลีบดอกไม้ แต่ถ้าเขาทำสำเร็จเขาจะได้ระบายสีระบายกลีบดอกไม้ ซึ่งกลีบดอกไม้นั้นนะคะ แทนจำนวนวัน 21 วันคะเขาจะมีพัฒนาการที่เปลี่ยนทั้งความคิดและการกระทำจนทำให้ครูเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันคะว่าแค่กระดาษกับ สีบวกกับความตั้งใจจริงของเขาที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมจะสามารถสร้างสิ่งที่หน้าเหลือเชื่อให้ได้ขนาดนี้ โดยที่ครูไม่ต้องลงทุนอะไรเลย กระดาษครูก็หาจากโรงเรียน สีก็หาได้จากโรงเรียนไม่ต้องลงทุนแม้แต่บาทเดียวใน การสร้างหรือเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กจากเด็กไม่ดีให้กลายเป็นเด็กดีได้ กระดาษและสีจะสร้างสิ่งที่หน้าเหลือเชื่อให้ทุกคนได้ขนาดนี้และในวันนี้นะคะ ครูได้นำนักเรียน 2 คนมาเล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้ทุกคนได้ ฟังว่าในวันนั้นเขาได้อะไรบ้าง ขอเชิญ เด็กชายณัฐพล สุขวิสุทธิ์ และ เด็กชายวุฒิชัย ผุดไซตู คะ

สวัสดีครับ ลูกชื่อเด็กชาย ณัฐพล สุขวิสุทธิ์ อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนวัดหัวกรูด จังหวัดชุมพร เพื่อนในห้องลูกมีทั้งหมด 13 คน มีผู้หญิง 4 คน ผู้ชาย 8 คน นิสัยของเด็กผู้หญิงก็จะเรียบร้อยแต่นิสัยเด็กผู้ชายก็จซนชอบส่งเสียงดังในห้องเรียนชอบลักขโมยของ เช่น ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด ลูกเป็นผู้ชายคนเดียวในห้องที่ไม่พูดคำหยาบและไม่ชอบเล่นกับเด็กผู้ชายเพราะพวกเขาชอบเกเรเล่นแปปเดียวก็ชกกันแล้ว เพื่อนผู้หญิงเรียบร้อยไม่ส่งเสียงดังในห้องครูถามอะไรไม่ค่อยตอบ ตอนนั้นลูกจำได้ว่าลูกอยู่ในวิชาแนะแนวกับครูที่ปรึกษาครูถามพวกลูกในห้องว่า พวกเรามีพฤติกรรมอะไรที่อยากแก้ไขมากที่สุด การบ้านลูก็ส่งขโมยของลูกก็ไม่ทำ ลูกเลยไปถามครูลูกว่าเคยเผลอพูดคำหยาบกับเพื่อน 2 ครั้ง ครูสามารถทำสิ่งนั้นได้ไหม ครูบอกว่า จริงๆแล้วลูกไม่อยากเรียกมันว่าการแก้ไขลูกอยากรักษาสิ่งดีๆ ของลูกไว้ ครูยื่นกระดาษกับสีให้ลูกเขียนทบทวนตัวเองในเรื่องพฤติกรรมว่าพฤติกรรมอะไรอยากแก้ไข ทำยังไง ใครเป็นตัวอย่าง เชื่อไหม ตั้งแต่นั้นลูกก็ไม่เคยเผลอพูดคำหยาบกับเพื่อนเลยและเพื่อนที่แก้ไขพฤติกรรมอื่นๆ ก็ไม่พูดคำหยาบกับลูกเลยครับ คุณครูให้ทำกิจกรรมเหมือนกันทุกคนจนนิสัยของเพื่อนลูกนิสัยดี จนครูทุกคนชมห้องลูกว่าน่ารักขึ้นมากๆ ลูกต้องขอขอบคุณโครงการ Z-idol และคุณครูมากที่ทำให้พวกลูกกลายเป็นเด็กดีทุกวันนี้

สวัสดีครับผมชื่อเด็กชายวุฒิชัย ผุดไซตู ครอบครัวผมเป็นชาวประมงทุกวันนี้ที่ออกไปทำงานที่อื่นๆที่ไกลบ้านทุกวันนี้ก็อยู่กับตาและยายตั้งแต่อนุบาล เมื่อก่อนผมเคยพุดคำหยาบและผมคือคนที่ตัวใหญ่ที่สุดในห้องผมจะมีครูปรับอยู่คนหนึ่งเขาตัวเล็กกว่าผมเยอะเลยครับตัวเท่านี้เองครับ เรา 2 คนชอบทะเลาะกันบ่อยชกต่อยกันเป็นประจำจนทำให้ผู้ปกครองมาหาครูบ่อย คนอื่นคิดว่าผมไปรังแกเขาก่อนเพราะผมตัวใหญ่กว่า ตอนนั้นผมอยู่ ป.2 ผมเคยแอบลักขโมยของในห้องสหกรณ์ ผมลักขโมยดินสอ ยางลบ ปากกา ไม้บรรทัด และที่บ้าน ครูบุ๋มให้ทำกิจกรรมเขียนหัวข้อพฤติกรรมพฤติกรรมของตัวเอง ผมเขียนลงไปว่าการลักขโมย ผมเขียนการลงขโมยลงไปว่าการลักขโมยของคนอื่นคือคนชั่ว การไม่ลักขโมยของคนอื่นคือคนดี ผมใช่วิธีดัดนิสัยของตนเอง ยายให้เงินผมมาแค่ไหน ผมก็ใช้แค่นั้น ผมกินข้าวที่โรงอาหาร ให้อิ่มจะได้ไม่ต้องไปแย่งของคนอื่น ผมทำมันจนสำเร็จ ผมขอขอบคุณครูมากครับตั้งแต่นั้นมาจนถึง ป.3 ผมไม่เคยแอบลักขโมยของคนอื่นอีกเลย ผมขอขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ

เพราะครูไม่มีอาชีพและอาชีพครู คำว่า “ครู” อยู่เหนือกว่าผลประโยชน์และค่าตอบแทนจึงขอเป็นกำลังใจให้ครูทุกท่านที่จะพัฒนาเด็กๆให้กลายเป็นเด็กดีของแผ่นดินทุกวันนี้ ขอบคุณค่ะ